จากเด็กยากไร้ กลายเป็น กลายเป็นนักเตะผู้ยิ่งใหญ๋ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

 

แม้ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ จะมีชีวิตในวัยเด็กที่แร้นแค้น แต่อย่าง น้อยมันได้สอนให้เขาจดจำ และเมื่อมีโอกาส เขาไม่รีรอที่จะเหลือเด็กยากไร้ในบัลแกเรีย เพื่อให้มีโอกาสที่ดีอย่างเขาในอนาคต 

ย้อนกลับไปในชาวงทศวรรษที่ 80  ครอบครัว เบอร์บาตอฟ ก็เหมือนกับครอบครัวยากจนทั่วไปในบัลแกเรีย
พวกเขาต้องอยู่ในแฟลตรวมเล็กๆ 2 ห้องนอนในบลาโกเยฟกราด ในยุคที่รัฐบาลของประเทศ ยังถูกปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์


"สมัยที่ดิมิทาร์ยังเด็ก เขาเคยเตะลูกบาสฯ จนห้องพังมาแล้ว ตอนนั้นเราไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อลูกบอลให้เขา  "มาร์การิต้า มคุณแม่ของเบอร์บาตอฟ เริ่มพูดถึงลูกชาย  "ดิมิทาร์มีชีวิตในวัยเด็กที่ลำบาก แต่เขาก็ไม่เคยบ่น เขามักกินแค่พออิ่ม และเตะบอล


 

จนกระทั่งปัจจุบันนี้ เบอร์บาตอฟ เจ้าของค่าตัว 30.75 ล้านปอนด์ จาก สเปอร์มายัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น แม้เขาจะได้รับค่าเหนื่อยที่สูงมากแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะบริจาคให้เด็กผู้ยากไร้ในบ้านเกิดของเขา


เรื่องราวชีวิตวัยเด็กของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ  นั้นเป็นอย่างไร  ก่อนก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดนักเตะค่าตัวมหาศาลของ ยอดทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  สามารถหาซื้ออ่านได้ใน  นิตยสาร สตาร์ซอคเกอร์ รายสัปดาห์ ฉบับที่ 43 ที่ร้านหนังสือใกล้บ้านท่าน

ฮือฮางูใหญ่จ้องงาบหนูโด้

posted on 04 Dec 2008 14:25 by stamp-redarmyfc


แมนยู ยูไนเต็ด ส่อแววได้เจอเรื่องระทมกะโหลกอีกครั้ง เมื่อ อินเตอร์ มิลาน โผล่ขึ้นมาเป็นสโมสรล่าสุดที่จ้องจะพราก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีก บัลลง ดอร์ ไปจากอ้อมอก หลังรู้ข่าวจาก จอร์จ เมนเดส เอเยนต์ตัวแสบว่า ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ไม่มีความสุขกับ "ผีแดง" และยังพร้อมย้ายสังกัดตลอดเวลา 

 อินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตกเป็นข่าว เมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า กำลังวางแผนจะยื่นข้อเสนอก้อนโต เพื่อขอซื้อ คริสเตียโน่ โนัลโด้ ปีกซูเปอร์สตาร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ไปร่วมทัพ

 หนังสือพิมพ์ "คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต" ประเทศอิตาลี รายงานว่า โรนัลโด้ ไม่มีความสุขกับชีวิตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มากนัก หลังยังเคืองต้นสังกัดไม่หาย ที่ไม่ยอมปล่อยให้ย้ายไปอยู่กับสโมสรในฝันอย่าง เรอัล มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

 ขณะที่ จอร์จ เมนเดส นายหน้าคู่ใจของ โรนัลโด้ ก็แอบกระซิบกับเจ้าหน้าที่สโมสร อินเตอร์ ว่าเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ คนล่าสุด ยังพร้อมจะย้ายสังกัดทุกเมื่อ หากได้รับข้อเสนอที่งดงาม และสมเหตุสมผล โดยคาดว่า ถ้า "เนรัซซูรี่" อยากจะได้ดาวเตะวัย 23 กะรัต มาเป็นสมาชิกใหม่จริง พวกเขาก็คงต้องกล้าทุ่มพอสมควร

 อย่างไรก็ตาม เรื่องเงินไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับ มัสซิโม่ โมรัตติ ประธานสโมสร "งูใหญ่" ที่มี "ฟิเรลลี่" บริษัทผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของโลก คอยหนุนหลังอยู่





credit-ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ สยามกีฬา

1.JUNINHO (LYON)  
2.BECKHAM (AC MILAN)
3.PIRLO (AC MILAN)   
4.RONALDINHO (AC MILAN)
5.XAVI (BARCELONA) 
6.RONALDO (MAN UTD)
7.DECO (CHELSEA)      
8.ALONSO (LIVERPOOL)
9.SIMAO (ATH.MADRID)
10.SNEIJDER (MADRID)

 น่าจะเป็นอย่างนี้นะครับ

 

edit @ 4 Dec 2008 13:26:16 by stamp